การตลาดแบบจิกกัดคู่แข่ง McDonald & Burger King

การตลาดแบบจิกกัดคู่แข่ง

ในปัจจุบันนั้นต้องบอกหรือว่าแบรนด์อาหารฟาสต์ฟู้ดกำลังมาแรงซึ่งมี 2 เจ้าใหญ่ๆที่ต้องบอกเลยว่าทุกคนน่าจะปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นแบรนด์ที่ติดตลาด และมีผู้คนให้ความสนใจและเรามักจะพบเจอผู้คนนั้นจับจ่ายใช้สอยกันเยอะแยะมากมายเลยทีเดียวเพราะว่าเป็นแบรนด์ที่รสชาติใช้ได้เลยทีเดียวระหว่าง Berger King กับ McDonald’s ต้องบอกเลยว่าสองแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่สู้กันอย่างดุเดือดมาโดยตลอด ซึ่งเขาก็มีวิธีในการกระแทกคู่แข่งในรูปแบบที่ต้องบอกเลยว่า การตลาดแบบจิกกัดคู่แข่ง ซึ่งเขาก็เป็นคู่แข่งกันมาตั้งแต่สมัยก่อน แล้วจนในปัจจุบันก็ยังมีการออกอะไรมาทับกันเสมอ ซึ่งเอาง่ายๆว่าในปัจจุบันก็ยังมีการจิกกัดกันอยู่ซึ่งมีการทำแคมเปญกล่องอาหารด้วยสีสันต่างๆ เป็นการบอกอารมณ์แต่ไม่มีอารมณ์แห่งความสุขเลยแต่ชื่อชุดว่าแฮปปี้มิลซึ่งมันขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง

ซึ่งเอาง่ายๆว่าการเจอกันครั้งนี้นั้นต้องบอกเลยว่าเบอร์เกอร์คิงนั้น ต้องการที่จะสื่อให้เห็นถึงสิ่งที่คนเรานั้นไม่จำเป็นจะต้องมีความสุขอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเอาง่ายๆว่ามันเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้หลากหลายอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ที่ไม่โอเคไม่ชอบซึ่งเอาง่ายๆว่าแคมเปญนี้ มันถูกทำออกมาเพื่อส่งผลกระทบต่อแมคโดนัลอย่างแน่นอนเอาง่ายๆว่าอย่างแมคโดนัลนั้น เขาได้ทำออกมาซึ่งเป็นของเขาก็คือแฮปปีมิว ดังนั้นต้องบอกเลยว่ามันเป็นชุดอาหารที่เหมาะสำหรับเด็กทำขึ้นมา เพื่อเด็กโดยเฉพาะและมีของเล่นอยู่ในกล่องซึ่งเอาง่ายๆว่าการจิกกัดในครั้งนี้นั้น ต้องบอกเลยว่าส่งผลอย่างแน่นอนแล้วต้องบอกเลยว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกเท่านั้น แต่หลายๆครั้งมันได้เกิดขึ้นแล้วต้องบอกเลยว่าระหว่าง 2 แบรนด์นี้มีปัญหากันมาโดยตลอด ซึ่งเป็นคู่แข่งกันที่ไม่ยอมแพ้กันเลยก็ว่าได้จิกมาจิกกลับ

เริ่มต้นจากแบรนด์ McDonald's

ในสมัยที่มีการก่อตั้งนั้นต้องบอกเลยว่าเจ้าของเดิมของแมคโดนัลนั้นก็คือ Richard จัดได้ว่าสมัยก่อนมันเป็นร้านที่มีความพิเศษตรงมาก เพราะว่าเป็นร้านที่ทำอาหารได้ภายใน 30 วินาทีหลังจากการรับออเดอร์ ซึ่งต้องบอกเลยว่าเหมาะมากสำหรับสังคมที่ต้องการความรวดเร็ว ดังนั้นจึงได้ความนิยมเป็นอย่างมากเลยสำหรับลูกค้าเพราะว่ารวดเร็วทันใจต้นไม้ในปี 1955 ต้องบอกเลยว่ามีคุณเลย์ซึ่งเป็นผู้ที่มาขอซื้อต่อจากแมคโดนัลนั่นเอง ซึ่งเอาง่ายๆว่าในสมัยก่อนมีคนที่เป็นเซลล์แมนนั้น ก็ขายอุปกรณ์เครื่องครัวซึ่งเอาง่ายๆว่ายอดขายของเขานั้นไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นะ แต่ในสมัยก่อนนั้นร้าน McDonald’s จัดได้ว่าขอซื้อจากเขาจนทำให้เขานั้นได้ขอซื้อก็ทำให้เซลล์คนนี้ ได้ตัดสินใจซื้อจากเจ้าของเดิมในเวลาต่อมา 

ต่อมา Burger King

ซึ่งเบอร์เกอร์คิงนั้นมันได้ทำมาในปี 1953 ซึ่งเป็นปีแรกที่ได้มีการก่อตั้งขึ้นมา ซึ่งเอาง่ายๆว่าคนที่เริ่มต้นก็คือเจ้าของแบรนด์นั้นได้ไปเห็นเครื่องย่างเนื้อเบอร์เกอร์ของร้านแมคโดนัลมานั่นเอง ดังนั้นต้องบอกเลยว่าเขาจึงซื้อไอ้รูปแบบเครื่องย่างมา เพื่อที่จะมาเปิดร้านเบอร์เกอร์บ้างแต่สุดท้ายแล้วร้านของเก่านั้น ต้องบอกหรือว่าเจอปัญหาเกี่ยวกับด้านการเงิน ดังนั้นจึงทำให้มีการเปลี่ยนมือหลายเจ้าซึ่งเจ้าของนั้นก็เปลี่ยนอยู่หลายครั้ง แล้วก็มีการปรับเปลี่ยนไปเรื่อยปรับเปลี่ยนไปมาจนสุดท้ายแล้ว จนได้มาชื่อเบอร์เกอร์คิงในปี 2010 เพราะว่ามันตกไปอยู่ในบริษัท 3 จีแคปปิตอลในตอนนั้นเองที่เบอร์เกอร์คิงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ทั้งหมด และมีการบริหารใหม่จนทำให้มันโด่งดังและสามารถขยายธุรกิจจนกลายเป็นบริษัท Restaurant แบรนด์ International ได้ในเวลาต่อมา 

CEO คนปัจจุบันของเบอร์เกอร์คิง

ต้องบอกเลยว่าตั้งแต่สมัยก่อนมีการจิกกัดกันมาโดยตลอดระหว่าง 2 แบรนด์นี้ ซึ่งเอาง่ายๆว่าในปัจจุบันก็ยังมีการจิกกัดกันอยู่เป็นเรื่องธรรมดาเหมือนเป็นเรื่องบาดหมางระหว่าง iPhone กับ Samsung และโคราชกับเป๊ปซี่ที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดเหมือนในปัจจุบัน ที่เราเห็นกันดังนั้นต้องบอกเลยว่า CEO คนปัจจุบันนั้น ได้มาบริหารต่อในช่วงขาลงในปี 2014 ซึ่งเขานั้น เป็นเรียกได้ว่าเป็นรุ่นใหม่ไฟแรงเขาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ดังนั้นต้องบอกหรือว่าเขาได้เดินหน้าใช้ในรูปแบบของเขา ซึ่งทำให้เขานั้นได้ลดค่าใช้จ่ายในหลากหลายรูปแบบที่เขาได้วางแผนเอาไว้ และทำให้เหล่านั้นสามารถเพิ่มผลประกอบการได้เยอะมากกว่าเดิมดังนั้นในปี 2018 ที่ผ่านมานั้นเขาสามารถทำกำไรได้ 1650 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียวถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากมายเลยทีเดียว

ทุกวันนี้ต้องบอกเลยว่าถ้าเรื่องตัวเลขหรือทางการเงิน ต้องยอมรับเลยว่าแมคโดนัลนั้นสามารถทำกำไรได้ดีกว่า Burger King หลายเท่าตัวเลยทีเดียว ซึ่งต้องบอกเลยว่าสำหรับแมคโดนัลสามารถทำกำไรได้เป็นแสนล้านบาทเลยทีเดียวแต่สำหรับ Burger King ด้วยความที่ว่ามีสาขาน้อยกว่าเกือบ 3 เท่าแต่เขาก็ยังสามารถทำกำไรได้สูงเช่นเดียวกันถึงจะน้อยกว่า Mcdonald ก็ตามซึ่งเอาง่ายๆว่าถึงแม้ว่า Mcdonald จะเป็นที่ 1 เรื่องเกี่ยวกับตัวเลขก็ตามแปลทุกคนรู้กันดีว่าสำหรับเบอร์เกอร์คิงนั้น ก็ยังคงโจมตีแบรนด์คู่ปรับด้วยความเฉียบคมของไอเดีย ดังนั้นต้องบอกเลยว่าทุกคนน่าจะเห็นกันดีว่ารางวัลด้านโฆษณาของเบอร์เกอร์คิงนั้น ไม่ธรรมดาเลยน่าสนใจสุดๆจิกกัดกันสุดแรงเขาบอกเลยว่ามันอย่างแน่นอน